เลสเตอร์ ซิตี้

จากยอดเขาสู่ขุมนรก : เรื่องราวของแชมป์อังกฤษที่ตกต่ำหนักที่สุดในประวัติศาสตร์

ในโลกของฟุตบอล มีเรื่องราวที่สวยงามมากมาย แต่บางครั้งเรื่องราวที่น่าเจ็บปวดก็สอนเราได้มากกว่า วันนี้เราจะมาพูดถึงทีมที่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์ในระดับสูงสุด แต่กลับร่วงหล่นลงมาแบบที่ใครก็ไม่คาดคิด และที่น่าใจหายที่สุดก็คือทีม “จิ้งจอกสยาม“ เลสเตอร์ ซิตี้จากภาคกลางตอนตะวันออก (East Midlands) ที่กำลังจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการตกต่ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ

ปาฏิหาริย์ปี 2016 ที่โลกทั้งใบต้องอ้าปากค้าง

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2015/16 เลสเตอร์คือทีมที่ทำให้คนทั้งโลกเชื่อในเรื่องปาฏิหาริย์อีกครั้ง ก่อนต้นฤดูกาล บุ๊กกี้ทั่วโลกให้อัตราต่อรองพวกเขาที่ 5,000 ต่อ 1 ในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่สุดท้ายพวกเขาก็ทำได้จริง ภายใต้การนำทีมของเคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือชาวอิตาเลียน และแรงขับเคลื่อนจากเจมี วาร์ดี, ริยาด มาห์เรซ และเอ็นโกโล ก็องเต เลสเตอร์พิสูจน์ให้เห็นว่าในฟุตบอล ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ หลังจากนั้น ทีมได้มีโอกาสวาดลวดลายบนเวทีฟุตบอลยุโรปอีกหลายครั้ง รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเข้าไปถึงรอบแปดทีมสุดท้าย นั่นคือยอดสูงสุดที่ทีมนี้เคยยืนอยู่

ถ้วยเอฟเอคัพ 2021 และสัญญาณเตือนที่ถูกมองข้าม

ห้าปีหลังจากปาฏิหาริย์ครั้งนั้น เลสเตอร์กลับมาสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในปี 2021 ด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร เอาชนะเชลซีไปได้ 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศจากประตูของยูริ ทิลิมองส์ ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังจะยิ่งใหญ่ขึ้น แต่นั่นกลับเป็นจุดสูงสุดครั้งสุดท้ายก็ว่าได้ เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา เส้นทางของ เลสเตอร์มีแต่ทิศทางเดียว นั่นคือลงข้างล่าง

ตกชั้น ขึ้น แล้วก็ตกซ้ำ : วัฏจักรอันน่าเจ็บปวด

ฤดูกาล 2022/23 เลสเตอร์ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกสู่แชมเปี้ยนชิพ แต่ก็กลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วในปีถัดไปในฐานะแชมป์ดิวิชั่น ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะฟื้นตัว แต่กลับมาพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024/25 กลับไม่ได้เรื่องอีกครั้ง ทีมจบฤดูกาลในโซนตกชั้น และร่วงกลับสู่แชมเปี้ยนชิพเป็นครั้งที่สองในสามปี และสิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือตอนนี้ในฤดูกาล 2025/26 เลสเตอร์กำลังดิ้นรนอยู่ในครึ่งล่างของตาราง ฟอร์มย่ำแย่ ถูกตัดคะแนน 6 คะแนนจากการบริหาาด้านการเงินผิดระเบียบของลีก และมีโอกาสสูงมากที่จะหล่นลงไปสู่อีเอฟแอล ลีกวันซึ่งเป็นดิวิชั่นสาม

เหตุใดเลสเตอร์ถึงล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า?

ปัญหาของเลสเตอร์ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่มันสะสมมาจากหลายปัจจัย ประการแรกคือการบริหารสโมสรที่ขาดเสถียรภาพ มีการเปลี่ยนกุนซือบ่อยครั้งผิดปกติ ประการที่สองคือการใช้จ่ายซื้อนักเตะอย่างฟุ่มเฟือยในยุคหลังแชมป์ โดยไม่ได้สร้างทีมที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน และประการที่สามคือการสูญเสียผู้เล่นหัวใจสำคัญอย่างก็องเต มาห์เรซ และต่อมา วาร์ดี ซึ่งทิ้งช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง นี่คือบทเรียนที่ทุกสโมสรควรจำ ความสำเร็จในชั่วข้ามคืนไม่ได้การันตีอนาคตที่ยั่งยืน

เลสเตอร์ไม่ใช่รายแรก และคงไม่ใช่รายสุดท้าย

ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ เลสเตอร์ไม่ได้อยู่คนเดียวในหมวดหมู่นี้ ทีมอย่างแบล็คเบิร์น โรเวอร์สคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 1995 แต่ภายในสิบปีก็ตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่นสอง หรือน็อตติงแฮม ฟอร์เรสต์ที่เคยเป็นแชมป์ยุโรปสองสมัยติดต่อกัน แต่ก็เคยร่วงลงไปถึงดิวิชั่นสามมาแล้วเช่นกัน สิ่งที่ทำให้ เลสเตอร์แตกต่างออกไปคือความเร็วและความสูงของการตก จากแชมป์ลีกอังกฤษและเอฟเอคัพสู่เส้นทางที่อาจพาไปถึงลีกวันภายในเวลาไม่ถึงสิบปี นั่นคือความโหดร้ายของฟุตบอล

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลสายวิเคราะห์หรือสายลุ้น เรื่องราวของเลสเตอร์ คือตัวอย่างสุดคลาสสิกที่แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลนั้นช่างคาดเดาไม่ได้เลย สำหรับใครที่อยากติดตามความเคลื่อนไหวของฟุตบอลอังกฤษอย่างใกล้ชิด m88 เข้าไม่ได้ คือแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญของเกมที่ชวนลุ้นเหล่านี้

สุดท้ายแล้ว เรื่องของเลสเตอร์ ก็คือเรื่องราวของมนุษย์ เรื่องของความหยิ่งทะนงหลังความสำเร็จ และเรื่องของการลืมรากเหง้าที่ทำให้ยิ่งใหญ่ในวันแรก บทเรียนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อซ้ำเติม แต่เพื่อเตือนว่าในฟุตบอล และในชีวิต ทุกชัยชนะต้องการการดูแลรักษาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพราะถ้าคุณหยุดพัฒนา โลกจะไม่หยุดรอ