เลสเตอร์ ซิตี้

ดาวรุ่ง “เลสเตอร์ ซิตี้” พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อฤดูกาลนี้

กลุ่มนักเตะดาวรุ่งของเราได้มาร่วมพูดคุยถึงเป้าหมายและความมุ่งมั่นที่มีต่อฤดูกาลนี้ ในขณะที่ทีมกำลังเตรียมความพร้อมทางร่างกายให้ดีที่สุด เพื่อเตรียมลุยศึก สกาย เบต ลีกวัน

นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักเตะที่ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ ของทัพจิ้งจอกสยาม โดยผู้เล่นอย่าง หลุยส์ เพจ, โอลาบาเด อลูโก้ และ เควอน เกรย์ ต่างได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่มาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน เจค อีแวนส์ และ เจย์เดน โจเซฟ พร้อมด้วย แซมมี่ เบรย์บรู๊ค, วิลล์ อัลเวส, ทอม วิลสัน-บราวน์ และ เฮนรี่ คาร์ทไรท์ ต่างก็ได้รับประสบการณ์อันดีจากการย้ายออกจากสโมสรไปร่วมทีมอื่นด้วยสัญญายืมตัว

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเกมระดับอาชีพซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการของพวกเขาในฐานะนักเตะดาวรุ่ง ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่จะต้องก้าวต่อไปข้างหน้าและพิสูจน์ให้เห็นว่า เส้นทางจากอะคาเดมี่สู่ทีมชุดใหญ่ยังคงเป็นเส้นทางที่เปิดกว้างและมีรุ่นพี่เคยกรุยทางเอาไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน…

อลูโก้ กองหลังสารพัดประโยชน์เชื่อมั่นว่า นี่คือฤดูกาลที่เขาจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว หลังจากได้ลงสนามไป 10 นัดรวมทุกรายการในศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ และเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาล 2025/26 อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากการทำงานอย่างหนักในช่วงพรีซีซั่น

“ผมพร้อมที่จะลงสนามฝึกซ้อมแล้ว และรู้สึกตื่นเต้นมากกับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง” เขาเผยความในใจ “ผมต้องการประสบการณ์ที่มากขึ้น และโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น ปีที่แล้วผมได้ลงสนามพอสมควรแต่ยังไม่มากเท่าที่ใจต้องการ ปีนี้ผมจึงตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อที่จะแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงมาให้ได้”

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีความพร้อมอยู่เสมอ พยายามไม่ให้มีอาการบาดเจ็บ และทำตัวให้มั่นใจว่าชื่อของผมจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกใส่ลงในรายชื่อผู้เล่นตัวจริง เมื่อมองไปที่คนอื่นๆ อย่าง เควอน, เจเดน, แซมมี่, เจค และเพื่อนคนอื่นแล้ว ผมคิดว่านี่คือช่วงเวลาของพวกเราอย่างแท้จริงที่จะได้แสดงพรสวรรค์ออกมา และพาสโมสรแห่งนี้กลับคืนสู่ที่ที่ควรจะอยู่”

“เพื่อนๆ บางคนย้ายไปเล่นแบบยืมตัว ส่วนตัวผมเองเคยลงเล่นในเกมเอฟเอ คัพ และเกมแชมเปี้ยนชิพมาบ้างแล้ว ดังนั้นผมจึงพกความมั่นใจมาอย่างเต็มเปี่ยมในการก้าวเข้าสู่ฤดูกาลในศึกลีกวัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของผม”

“บรรยากาศทุกอย่างดูเป็นไปในทิศทางบวกมากๆ และผมรู้สึกว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นแน่นอน”

สำหรับ เพจ ในวัย 17 ปี ปีที่ผ่านมานับเป็นปีที่เขาแจ้งเกิดได้อย่างงดงาม โดยมีส่วนร่วมในศึกแชมเปี้ยนชิพ รวมถึงได้ลงสนามให้ทีมชุด U-21 และยังได้ลงเล่นรับใช้ชาติในทีมชาติอังกฤษรุ่น U-18 อีกด้วย ดังนั้น การพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายหลังผ่านฤดูกาลอันยาวนานจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยดาวเตะเยาวชนทีมชาติอังกฤษรายนี้ได้วางเป้าหมายไว้ชัดเจน

“ผมได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ และฟื้นฟูร่างกายจากฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ตอนนี้ผมพร้อมแล้วที่จะกลับมาลุยต่อในฤดูกาลนี้” เขาประกาศความพร้อม

“ฤดูกาลที่แล้วผมมีชื่อเข้าๆ ออกๆ ในทีม มันเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากการเป็นนักเตะเยาวชน สู่การก้าวเข้าสู่โลกของฟุตบอลอาชีพ แต่ผมคิดว่าผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งสิ่งที่ผมทำได้ดี และบางสิ่งที่ผมยังต้องพัฒนา”

“ตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ผมได้นำข้อบกพร่องเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไข และหวังว่ามันจะส่งผลดีเมื่อลงสนาม ในฤดูกาลนี้ผมอยากก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม เป็นผู้เล่นคนสำคัญ และลงเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“เป้าหมายในช่วงพรีซีซั่นคือการทำให้ร่างกายฟิตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นอยู่เสมอ สำหรับผมแล้ว มันคือการทำตัวเองให้มั่นใจว่าผมจะเก่งกว่าตัวเองเมื่อฤดูกาลที่แล้ว”

จากการที่ผู้จัดการทีมคนใหม่ รัสเซลล์ มาร์ติน เข้ามาคุมทัพ ทำให้นักเตะทุกคนเปรียบเสมือนได้เริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสทองที่ อีแวนส์ ตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้อย่างเต็มที่

“ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาดีมาก” กองหน้าดาวรุ่งเริ่มกล่าว “ผมยังคงฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปิดฤดูกาล ผมไม่ได้หยุดพักผ่อนยาวๆ เลย เพราะคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องพร้อมและฟิตเต็มถังเมื่อกลับมารายงานตัว ตอนนี้ผมรู้สึกสภาพร่างกายดีมากสำหรับพรีซีซั่น และดีใจที่ได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้ว”

“การที่เจ้านายใหม่เข้ามาคุมทีม มันเหมือนกับว่าคุณได้รับโอกาสครั้งที่สอง และสิ่งสำคัญคือการคว้าโอกาสนั้นไว้ให้ได้ คุณต้องสร้างความประทับใจแรกที่ดี และนั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำ”

“เขาเป็นคนเข้าหาได้ง่ายและคุยด้วยง่าย ผมได้คุยกับเขาบ่อยพอสมควร ผมรู้สึกว่าเราสามารถพูดคุยกับเขาได้อย่างผ่อนคลาย เขามีความเข้าอกเข้าใจสูงมาก และนั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจากผู้จัดการทีม คือการที่เขายืนอยู่เคียงข้างคุณ”

เมื่อตั้งเป้าไปที่โอกาสในการลงสนามที่สม่ำเสมอมากขึ้น ดาวเตะวัย 17 ปี ระบุว่าเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการมีชื่ออยู่ในขุมกำลังทีมชุดใหญ่ หลังจากที่ฤดูกาลก่อนถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ นอร์ธแฮมป์ตัน ทาวน์ และทำไปได้ 2 ประตู

เขาอธิบายเสริมว่า “ช่วงพรีซีซั่นปีที่แล้วไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผม ดังนั้นครั้งนี้ผมจะแก้ไขมันให้ถูกต้องเพื่อพยายามยึดพื้นที่ในทีมชุดใหญ่ให้ได้ การย้ายไปเล่นแบบยืมตัวที่นอร์ธแฮมป์ตัน เมื่อเดือนมกราคมจนจบฤดูกาล มันช่วยเปิดหูเปิดตาให้ผมได้เห็นโลกกว้างขึ้น”

“ไม่มีใครอยากเห็นสโมสรต้องร่วงลงมาเล่นในลีกวัน ซึ่งเป็นจุดที่ทีมไม่ควรอยู่จริงๆ แต่ในมุมของผม นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่ผมจะพยายามลงสนามให้ได้หลายๆ นัด หรืออาจจะมากกว่านั้นให้กับทีมชุดใหญ่ ผมมีโอกาสที่ดีมากๆ อยู่ตรงหน้าแล้ว และมันขึ้นอยู่กับผมที่จะก้าวไปคว้ามันมาด้วยความมั่นใจและไม่ยอมถอยหลังเด็ดขาด”

ด้าน เควอน เกรย์ ได้จรดปากกาเซ็นขยายสัญญาเพิ่มไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ค้าแข้งกับทัพจิ้งจอกสยาม ยาวไปจนถึงปี 2029 และเขากระตือรือร้นที่จะสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นร่วมกับพวกพี่ๆ ในทีมชุดใหญ่ หลังจากที่ได้เริ่มเข้าไปซึมซับบรรยากาศในทีมชุดใหญ่มาบ้างแล้วในฤดูกาลที่ผ่านมา

เซนเตอร์แบ็กรายนี้กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของเขาว่า “มันดีมากๆ เลย ผมมีเวลาฟื้นฟูร่างกาย พักผ่อน และพร้อมกลับมาลุยอีกครั้ง ผมหวังเพียงว่าจะได้รับโอกาสในการลงสนามบ้าง เพื่อแสดงศักยภาพของผมที่จะสามารถช่วยเหลือทีม และพาสโมสรแห่งนี้ไปสู่จุดหมายที่ต้องการ”

“มันคงจะดีมากถ้าผมได้ทำความรู้จักกับพี่ๆ ในทีมให้มากขึ้น ผมมีเวลาทำความคุ้นเคยกับพวกเขาน้อยมากในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว ดังนั้นฤดูกาลนี้จึงเป็นเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์เหล่านั้น รวมถึงการทำงานร่วมกับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ด้วย เพื่อที่หวังว่าจะช่วยพัฒนาให้ฟอร์มของทีมก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น”

“ผมแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ลงสนามเริ่มต้นลุยไปกับทีม”

การย้ายไปเล่นแบบยืมตัวของ เจเดน โจเซฟ กับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส แอบถูกรบกวนด้วยอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังสามารถลงสนามไปได้ถึง 35 นัดในทุกรายการ ซึ่งนั่นทำให้เขาเกิดความกระหายในชัยชนะมากขึ้นไปอีก ในขณะที่เขากลับมารวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมเลสเตอร์ และก้าวเข้าสู่ฤดูกาล 2026/27

“ผมมีความสุขกับช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และผมก็ทำงานหนักเพื่อเตรียมที่จะกลับมา” ดาวเตะวัย 20 ปีกล่าว “ในช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว ผมรู้ดีว่าตัวเองจะได้รับโอกาสครั้งใหญ่เมื่อกลับมาในฤดูกาลนี้ ดังนั้นผมจึงฝึกซ้อมอย่างหนักในช่วงปิดฤดูกาลเพื่อเตรียมร่างกายให้อยู่ในสภาพที่ฟิตและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“ผมตั้งตารอคอยสิ่งนี้มาตลอดช่วงปิดฤดูกาล เป้าหมายส่วนตัวของผมคือการผลักดันตัวเองและเก็บนาทีลงเล่นให้ได้มากที่สุด และหวังว่าจะแสดงให้ทีมเห็นถึงสิ่งสำคัญที่ผมจะนำมาช่วยทีมได้ พวกเราต้องการชนะให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหวังว่าจะเกาะกลุ่มอยู่บนตารางคะแนน”

“ตอนนี้ขวัญกำลังใจของทีมสูงมาก ทุกคนดูตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นลุยกัน และเมื่อมีนักเตะดาวรุ่งคนอื่นๆ ก้าวขึ้นมาพร้อมๆ กันด้วยแล้ว มันทำให้รู้สึกว่านี่คือกลุ่มผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและลงตัวมากๆ”