เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมค่ำคืนว่าด้วยสุขภาพจิตของผู้ชายเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมี ลี จ็อบเบอร์ แฟนบอลจิ้งจอกสยาม มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตัวเอง
สโมสรทำงานร่วมกับ Leicester City in the Community อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้เรื่องสุขภาวะและสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญภายในสโมสรเลสเตอร์
แขกผู้เข้าร่วมงานและทีมงานของสโมสรได้รวมตัวกันที่ห้องแถลงข่าวของคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เพื่อรับฟังการบรรยายที่ทรงพลังหลายช่วง รวมถึงจาก ลี และอดีตขวัญใจแฟนบอลอย่าง แม็ตต์ เอลเลียตต์ พร้อมการนำเสนอจากองค์กรต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนผู้ชายซึ่งเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพจิต
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อร่วมกิจกรรมทั้งภายในห้องแต่งตัวทีมเหย้า และบริเวณข้างสนาม ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้เห็นเบื้องหลังของสโมสร พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนพูดคุยกับแฟนบอลในประเด็นเรื่องสุขภาวะอย่างใกล้ชิด
ลี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่แฟนบอลในฐานะมือกลองบนถนนฟิลเบิร์ต เวย์ มานานกว่าสองทศวรรษ ต้องเผชิญกับการต่อสู้ด้านสุขภาพจิตอย่างหนัก จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในปี 2023 หลังจากได้รับการช่วยเหลือและเข้าร่วมกลุ่มฟื้นฟูจนสามารถก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ลี ก็เริ่มอุทิศตนเป็นอาสาสมัครให้กับองค์กรการกุศลด้านสุขภาพจิต เขาเข้าร่วม Andy’s Man Club องค์กรที่เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้ชายได้พูดคุยและแสดงความรู้สึกของตัวเอง และภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เขาก็ได้รับการชักชวนให้ช่วยดูแลและจัดกิจกรรมในแต่ละเซสชันด้วยตัวเอง

เมื่อย้อนมองเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา ลี กล่าวว่า: “ผมคิดว่านี่เป็นเกียรติอย่างมากที่ได้นั่งอยู่ที่นี่ ในสนามของสโมสรที่ผมรักหมดหัวใจ สโมสรแห่งนี้คือทุกอย่างในชีวิตของผม แต่ในบางช่วง มันก็หนักเกินไป มันมาถึงจุดที่ผมอยู่ท่ามกลางผู้คนราว 32,000 คน แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่สุด”
“แต่ผมบอกเรื่องนั้นกับใครไม่ได้เลย ผมคือ จ็อบเบอร์ แห่งซิตี้ ผมโอเค ผมสบายดี แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ภายในใจผมไม่เหลืออะไรแล้ว ผมพังยับจากข้างใน แต่ก็ยังพยายามแสดงให้ทุกคนเห็นว่าผมโอเค”
“ผมพยายามทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่กลับนั่งร้องไห้อยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลย ผมวางแผนจะจบชีวิตตัวเองมาหลายเดือนแล้ว ผมแยกตัวออกไป และภายในเวลาแค่ 10 นาที ก็มีเสียงเคาะประตู ตำรวจพูดกับแม่ผมว่า มาร์กาเร็ต ลูกชายของคุณกระโดดสะพานไปแล้ว”

“แต่มันสามารถดีขึ้นได้ หากได้รับการสนับสนุนที่ถูกต้อง ชีวิตมันดีขึ้นได้จริง ๆ และผมคือหลักฐานของเรื่องนั้น เพราะตอนนี้ชีวิตผมดีมาก ผมร้องไห้ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อแม่ของผม เธออยู่เคียงข้างผมในช่วงเวลาที่บางทีเธออาจไม่จำเป็นต้องอยู่ก็ได้ สำหรับผม การบำบัดรักษามันสำคัญมาก และมันยังคงช่วยผมอยู่จนถึงทุกวันนี้”
ขณะที่ แม็ตต์ เอลเลียตต์ อดีตกัปตันทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้พูดอย่างจริงใจถึงปัญหาที่นักฟุตบอลอาจต้องเผชิญหลังแขวนสตั๊ด รวมถึงผลกระทบจากสุนทรพจน์ของลี
เขากล่าวว่า: “ทุกคนล้วนมีความยากลำบาก มีบททดสอบในชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหนก็ตาม ผมเองก็ผ่านมาหลายอย่าง ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ คุณอาจไม่ได้รับความเห็นใจมากนัก เพราะคุณมีรายได้ดี ได้ใช้ชีวิตตามความฝันของเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงหลายคน”

“ทุกอย่างดูเหมือนจะสวยงาม แต่ลึก ๆ แล้ว ไม่ว่าคุณจะทำอะไร คุณก็ยังต้องจัดการกับเรื่องภายในใจของตัวเองอยู่ดี”
“หลังออกจากวงการฟุตบอล ผมยอมรับว่าผมหลงทางอยู่พักหนึ่ง ผมเป็นกัปตันทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ตอนอายุ 36 แต่พออายุ 38 ผมล้มละลาย แทบไม่มีงานทำ และกำลังจะหย่าร้าง พ่อของผมก็เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน อยู่ ๆ โลกที่คุณคุ้นเคยก็หายไปทั้งหมด”
“การได้ฟังเรื่องราวของลี ไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจอย่างแน่นอน แต่ยังทำให้เราตระหนักด้วยว่า ความเป็นจริงมันโหดร้ายแค่ไหน ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับสถานการณ์อะไร จะตกต่ำเพียงใด ยังมีผู้คนมากมายที่พร้อมจะช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
